ระบบคลังสินค้า คืออะไร? เลือกแบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจออนไลน์

ระบบคลังสินค้า

ระบบคลังสินค้าเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของธุรกิจออนไลน์ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องแค่การเก็บของในโกดังเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมตั้งแต่การรับสินค้าเข้า การจัดเก็บ การเช็กสต๊อก การแพ็ค ไปจนถึงการจัดส่งให้ถึงมือลูกค้าอย่างถูกต้อง

สำหรับร้านค้าที่เริ่มมีออร์เดอร์มากขึ้น การใช้เพียง Excel หรือการจดมือ อาจทำให้เกิดปัญหาสต๊อกคลาดเคลื่อน แพ็คผิด หรือส่งล่าช้าได้ บทความนี้ Passpack Fulfillment จะพาไปทำความเข้าใจว่าระบบคลังสินค้า คืออะไร มีอะไรบ้าง และควรเลือกระบบจัดการคลังสินค้าแบบไหนให้เหมาะกับธุรกิจ

Key Takeaway

  • ระบบคลังสินค้า ช่วยจัดการงานหลังบ้าน ตั้งแต่รับสินค้า เก็บสินค้า แพ็คสินค้า ไปจนถึงจัดส่ง
  • ธุรกิจออนไลน์ที่มีหลาย SKU หรือหลายช่องทางขาย ควรมีระบบจัดการคลังสินค้า ที่เป็นระบบ
  • การเลือกโปรแกรมระบบคลังสินค้า ควรดูจากขนาดธุรกิจ ความยืดหยุ่น และการเชื่อมต่อกับงานขาย
  • หากไม่อยากดูแลงานคลังเอง สามารถใช้บริการ Fulfillment เพื่อช่วยเก็บ แพ็ค และส่งสินค้าแทนได้

สารบัญบทความ 

ระบบคลังสินค้า คืออะไร?

ระบบคลังสินค้า คืออะไร

ระบบคลังสินค้า หรือ Warehouse Management System คือระบบที่ช่วยจัดการสินค้าในคลัง ตั้งแต่รับเข้า จัดเก็บ ควบคุมสต๊อก แพ็ค ไปจนถึงจัดส่ง ช่วยให้ข้อมูลสินค้าแม่นยำ ลดความผิดพลาด และรู้ได้ว่าสินค้าแต่ละรายการอยู่ตรงไหน เหลือเท่าไหร่ เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ที่ขายผ่าน Shopee, Lazada, TikTok หรือช่องทางอื่น ๆ

การมีระบบจัดการคลังสินค้าดีต่อธุรกิจอย่างไร?

การมีระบบจัดการคลังสินค้าที่ดี ช่วยให้ธุรกิจทำงานได้แม่นยำขึ้น ลดปัญหาสต๊อกคลาดเคลื่อน สินค้าหาย แพ็คผิดรายการ หรือจัดส่งล่าช้า โดยเฉพาะร้านค้าที่มีสินค้าหลายรุ่น หลายขนาด หรือมีออร์เดอร์เข้ามาทุกวัน

นอกจากนี้ระบบสต๊อกสินค้ายังช่วยให้เจ้าของธุรกิจเห็นภาพรวมได้ชัดขึ้น เช่น สินค้าไหนขายดี สินค้าไหนค้างสต๊อก หรือควรสั่งเพิ่มเมื่อไหร่ ทำให้วางแผนต้นทุนและการขายได้ง่าย ซึ่งถ้าหากมีระบบจัดการสต๊อกแบบ FIFO ก็จะช่วยลดปัญหาสินค้าค้างเก่าในคลังได้ด้วย

ระบบคลังสินค้า มีอะไรบ้าง

โดยทั่วไประบบคลังสินค้าจะประกอบด้วยหลายระบบย่อยที่ทำงานเชื่อมกัน เพื่อให้การจัดการตั้งแต่สินค้าเข้าไปจนถึงสินค้าออกเป็นระเบียบมากขึ้น ตัวอย่างที่พบได้บ่อย มีดังนี้

1. ระบบรับสินค้าเข้า (Inbound)

ระบบรับสินค้าเข้าใช้สำหรับบันทึกข้อมูลเมื่อมีสินค้าถูกนำเข้าคลัง เช่น รายการสินค้า จำนวนสินค้า รหัสสินค้า วันที่รับเข้า และตำแหน่งจัดเก็บ ช่วยให้การรับสินค้าเป็นระบบ และตรวจสอบย้อนหลังได้ง่ายขึ้น

2. ระบบจัดการเอกสาร

ระบบนี้ช่วยจัดการเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสินค้า เช่น ใบสั่งซื้อ ใบรับสินค้า ใบเบิกสินค้า หรือเอกสารการจัดส่ง ทำให้การตรวจสอบข้อมูลระหว่างทีมงานทำได้สะดวกขึ้น และลดความเสี่ยงจากเอกสารตกหล่น

3. ระบบบริหารคลังสินค้า

ระบบบริหารคลังสินค้าช่วยให้รู้ว่าสินค้าเหลือเท่าไหร่ อยู่จุดไหน และมีการเคลื่อนไหวอย่างไร เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการโปรแกรมสต๊อกสินค้า ระบบบัญชีคลังสินค้า หรือ ระบบนับสต๊อกสินค้าเพื่อช่วยควบคุมจำนวนสินค้าในระบบตรงกับสินค้าจริงมากขึ้น

4. ระบบการจัดการจัดส่ง (Outbound)

ระบบการจัดส่งช่วยดูแลขั้นตอนหลังจากมีออร์เดอร์เข้ามา ตั้งแต่การหยิบสินค้าแพ็คของส่งลูกค้า เตรียมเลขพัสดุ ไปจนถึงส่งออกจากคลัง เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ที่ต้องการลดเวลาทำงานหลังบ้าน จัดส่งรวดเร็วและแม่นยำขึ้น

5. ระบบโอนย้ายและนับสินค้า

ระบบโอนย้ายใช้เมื่อต้องย้ายสินค้าระหว่างพื้นที่จัดเก็บ ชั้นวาง หรือคลังหลายจุด ช่วยให้ข้อมูลสต๊อกอัปเดตตามตำแหน่งจริง ลดปัญหาหาสินค้าไม่เจอ หรือเข้าใจผิดว่าสินค้าหมดแล้ว

6. ระบบนับจัดเก็บสินค้า

ระบบนี้ช่วยกำหนดวิธีจัดเก็บสินค้าให้เป็นระเบียบ เช่น แยกตามหมวดหมู่ SKU ประเภทสินค้า หรือความถี่ในการขาย ทำให้ระบบคลังสินค้าหยิบสินค้าได้ง่ายขึ้น และลดเวลาค้นหาสินค้าในแต่ละวัน

7. ระบบรายงานและวิเคราะห์

ระบบรายงานช่วยสรุปข้อมูลสำคัญ เช่น จำนวนสินค้าเข้า-ออก สินค้าคงเหลือ สินค้าขายดี สินค้าค้างสต๊อก หรือประสิทธิภาพการจัดส่ง ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เจ้าของธุรกิจวางแผนการขายและการสั่งสินค้าได้แม่นยำขึ้น

วิธีเลือกระบบคลังสินค้าให้เหมาะกับธุรกิจ

การเลือกระบบคลังสินค้า ไม่ควรเลือกเพราะระบบดูใหญ่หรือมีฟีเจอร์เยอะเพียงอย่างเดียว เพราะบางธุรกิจอาจต้องการแค่ระบบจัดการคลังสินค้าออนไลน์ที่ใช้งานง่าย แต่บางธุรกิจอาจต้องการระบบคลังสินค้า ERP ที่เชื่อมกับบัญชี การขาย และการจัดซื้อได้

แนวทางเลือกให้เหมาะกับธุรกิจ มีดังนี้

  • เลือกจากจำนวนสินค้าและ SKU ที่มี หากสินค้ามีหลายแบบ ควรใช้ระบบเช็กสต๊อกสินค้า หรือซอฟต์แวร์คลังสินค้าที่ค้นหา และแยกหมวดหมู่ได้ดี
  • เลือกจากจำนวนออร์เดอร์ต่อวัน หากออร์เดอร์เพิ่มขึ้น ควรมีโปรแกรมบริหารคลังสินค้าที่ช่วยหยิบ แพ็ค และส่งออกได้เร็ว
  • เลือกจากช่องทางขาย หากขายหลายแพลตฟอร์ม ควรดูว่าระบบเชื่อมต่อข้อมูลออร์เดอร์ได้หรือไม่
  • เลือกจากความง่ายในการใช้งาน เพราะพนักงานคลังสินค้าต้องใช้งานจริงทุกวัน
  • เลือกจากความยืดหยุ่น หากธุรกิจยังโตต่อ ควรเลือกระบบที่รองรับการขยายงานได้
  • เลือกจากรูปแบบบริการ หากไม่อยากลงทุนคลังเอง อาจพิจารณาบริการ Fulfillment เข้ามาช่วยดูแลงานหลังบ้านให้กับธุรกิจออนไลน์

สำหรับร้านค้าที่มีการส่งของบางรอบหรือบางแคมเปญ อาจศึกษาเรื่องส่งแบบ drop off เพิ่มเติม เพื่อเปรียบเทียบกับการใช้บริการคลังสินค้าแบบครบวงจร

ระบบคลังสินค้า เลือกให้ดี ธุรกิจออนไลน์จัดการง่ายขึ้น

ระบบคลังสินค้า เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการจัดการสินค้าให้ถูกต้อง ลดความผิดพลาด และทำให้งานหลังบ้านเป็นระบบมากขึ้น ตั้งแต่การรับสินค้าเข้า การจัดเก็บ การเช็กสต๊อก การแพ็ค ไปจนถึงการจัดส่ง หากเลือกได้เหมาะกับรูปแบบธุรกิจ ก็จะช่วยให้ทีมทำงานเร็วขึ้น และรองรับการเติบโตของร้านค้าออนไลน์ได้ดีขึ้น

ขายของออนไลน์อยู่ แต่ไม่อยากเสียเวลาจัดการคลัง แพ็คของ และส่งสินค้าเอง? Passpack Fulfillment พร้อมช่วยดูแลงานหลังบ้านให้ครบ ตั้งแต่เก็บสินค้า แพ็คสินค้า ไปจนถึงจัดส่ง ด้วยคลังสินค้าออนไลน์ใจกลางเมืองและทีมแพ็คมืออาชีพ ช่วยให้ลูกค้าโฟกัสกับการขายและการเติบโตของธุรกิจได้มากขึ้น

สนใจบริการเก็บสต็อค-แพ็ค-ส่งสินค้า แบบครบวงจร ติดต่อเราได้เลยที่ Line @Passpack

คำถามที่พบบ่อย

ระบบ RFID ในคลังสินค้าคืออะไร?

ระบบ RFID ในคลังสินค้า คือเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นวิทยุในการระบุและติดตามสินค้า ช่วยให้การตรวจนับหรือค้นหาสินค้าบางประเภททำได้รวดเร็วขึ้น

ระบบ ERP คลังสินค้าคืออะไร?

ระบบคลังสินค้า ERP คือระบบที่เชื่อมข้อมูลงานคลังเข้ากับส่วนอื่นของธุรกิจ เช่น การขาย การจัดซื้อ บัญชี หรือการผลิต เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเห็นข้อมูลภาพรวม ไม่ได้ดูแค่จำนวนสินค้าในคลังอย่างเดียว

ระบบคลังสินค้าออนไลน์แตกต่างจาก WMS แบบปกติอย่างไร?

ถ้าพูดให้เห็นภาพ WMS คือระบบที่ช่วยดูแลงานในคลังสินค้าทั้งหมด ตั้งแต่รับสินค้าเข้า จัดเก็บ หยิบเพื่อแพ็ค ไปจนถึงจัดส่ง ช่วยให้ทีมคลังทำงานเร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และลดปัญหาหยิบผิดหรือสต๊อกไม่ตรง ส่วน ERP จะดูภาพรวมของธุรกิจ เช่น บัญชี การเงิน จัดซื้อ และบุคคล ตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าอยากรู้ว่าสินค้า SKU นี้อยู่ชั้นไหน เหลือกี่ชิ้น ต้องดูที่ WMS แต่ถ้าอยากรู้ยอดขาย กำไร หรือค่าใช้จ่ายทั้งบริษัท ก็ต้องดูผ่านระบบ ERP

ตามตัวอย่างตารางดังต่อไปนี้

ระบบคลังสินค้าออนไลน์ WMS ERP Fulfillment
คืออะไร บริหารคลังผ่านออนไลน์ ดูข้อมูล Real-time ได้จากหลายที่ ระบบเฉพาะทาง ดูแลรับเข้า-จัดเก็บ-หยิบ-นับสต๊อกในคลัง ระบบภาพรวมทั้งองค์กร การเงิน บัญชี จัดซื้อ บุคคล บริการครบวงจร มีคลัง, ทีมงาน, ระบบจัดการให้พร้อม
ค่าใช้จ่าย ส่วนใหญ่เป็น Subscription รายเดือน ลงทุนเริ่มต้นต่ำกว่าระบบติดตั้งเอง หลักหมื่น–หลักแสนบาทขึ้นไป ตามขนาดและฟังก์ชัน สูงกว่า WMS เพราะครอบคลุมทั้งองค์กร จ่ายเท่าที่ใช้จริง ไม่มีขั้นต่ำ เริ่มต้นหลักร้อยบาท/เดือน
เหมาะกับใคร ธุรกิจอยากบริหารคลังเอง แต่ทีมงาน/สาขากระจายหลายที่ ธุรกิจมีคลังเป็นของตัวเอง สต๊อกเยอะ ต้องคุมกระบวนการละเอียด องค์กรต้องบริหารข้อมูลทุกแผนกรวมศูนย์ ไม่ได้เน้นแค่คลัง ร้านค้าออนไลน์ที่ไม่อยากลงทุนระบบ/คลัง/พนักงานเอง อยากโฟกัสการขาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *