
Marketplace คือช่องทางขายสินค้าออนไลน์ที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายกลุ่ม โดยไม่จำเป็นต้องสร้างเว็บไซต์ร้านค้าของตัวเอง ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มให้เลือกมากมาย ทั้ง Shopee, Lazada, TikTok Shop และ Facebook Marketplace ซึ่งแต่ละแห่งมีจุดเด่นและข้อจำกัดแตกต่างกัน
บทความนี้ Passpack Fulfillment จะพาไปทำความเข้าใจประเภทของ Marketplace คืออะไร แพลตฟอร์ม Marketplace มีอะไรบ้าง รวมถึงเทคนิคเพิ่มยอดขายและการจัดการสต็อกสินค้าให้พร้อมรองรับการเติบโต พร้อมแนวทางเลือกช่องทางขายและวางระบบหลังบ้านให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างราบรื่น
Key Takeaway
- Marketplace คือแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์ ที่เชื่อมต่อผู้ซื้อและผู้ขายไว้ในที่เดียว ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่และเริ่มขายสินค้าได้โดยไม่ต้องสร้างเว็บไซต์เอง
- Marketplace แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ B2C การขายจากธุรกิจสู่ผู้บริโภค, C2C การซื้อขายระหว่างบุคคล และ B2B การซื้อขายระหว่างธุรกิจ โดยควรเลือกรูปแบบให้เหมาะกับสินค้าและกลุ่มเป้าหมาย
- แพลตฟอร์ม Marketplace ยอดนิยมในไทย ได้แก่ Shopee, Lazada, TikTok Shop และ Facebook Marketplace ซึ่งแต่ละแห่งมีจุดเด่นและรูปแบบการขายแตกต่างกัน ผู้ขายควรเลือกให้เหมาะกับธุรกิจ
- การขายบน Marketplace ต้องวางแผนต้นทุนและสร้างความน่าเชื่อถือ ทั้งค่าธรรมเนียม การตั้งราคา โปรโมชัน รีวิวสินค้า และการจัดส่งที่ตรงเวลา เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายและรักษากำไรของธุรกิจ
สารบัญบทความ
- Marketplace คืออะไร? ช่องทางขายออนไลน์ที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
- Marketplace มีกี่ประเภท
- ตัวอย่าง Marketplace ที่ได้รับความนิยมในไทย มีอะไรบ้าง?
- Marketplace ต่างจาก E-Commerce เว็บร้านค้าของตัวเองอย่างไร
- ข้อดีของการขายสินค้าบน Marketplace
- ข้อจำกัดและสิ่งที่ควรระวังเมื่อขายของบน Marketplace
- สิ่งที่ผู้ขายต้องเตรียมตัวก่อนเริ่มขายของบน Marketplace
- เทคนิคการขายของบน Marketplace ให้ยอดขายเติบโต ทำอย่างไร
- ขายของบน Marketplace แล้ว จัดการสต็อกและจัดส่งสินค้าให้ลื่นไหลอย่างไร
- ต่อยอดธุรกิจบน Marketplace ให้เติบโต พร้อมจัดการงานหลังบ้านให้คล่องตัวด้วยบริการดี ๆ จาก Passpack Fulfillment
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Marketplace
Marketplace คืออะไร? ช่องทางขายออนไลน์ที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
Marketplace คือ แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้ขายไว้ในที่เดียว โดยมาร์เก็ตเพลสจะรวบรวมสินค้าและบริการจากร้านค้าหลากหลายประเภท ให้ลูกค้าสามารถค้นหา เปรียบเทียบราคา และเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวก ขณะที่ผู้ขายก็มีโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ และเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายโดยไม่ต้องพัฒนาเว็บไซต์ขึ้นมาเอง
Marketplace มีกี่ประเภท
Marketplace สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ตามรูปแบบการซื้อขายและกลุ่มผู้ใช้งาน ทั้งการซื้อขายระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภค ผู้บริโภคด้วยกันเอง และธุรกิจกับธุรกิจ โดยแต่ละประเภทมีจุดเด่นและลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้
- B2C (Business-to-Consumer) เป็น Marketplace ที่ธุรกิจหรือร้านค้าขายสินค้าและบริการให้กับผู้บริโภคโดยตรง เหมาะสำหรับการขายสินค้าทั่วไป เช่น เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้ในชีวิตประจำวัน ตัวอย่างแพลตฟอร์มที่รองรับการขายรูปแบบนี้ ได้แก่ LazMall, Shopee Mall และ Amazon
- C2C (Consumer-to-Consumer) เป็น Marketplace ที่เปิดให้ผู้ใช้งานซื้อขายสินค้าระหว่างกัน โดยมีแพลตฟอร์มทำหน้าที่เป็นตัวกลาง ส่วนใหญ่นิยมใช้ซื้อขายสินค้ามือสอง ของสะสม หรือของใช้ส่วนตัว เช่น eBay และ Facebook Marketplace
- B2B (Business-to-Business) เป็น Marketplace ที่เน้นการซื้อขายสินค้าหรือบริการระหว่างธุรกิจ เช่น วัตถุดิบ อุปกรณ์การผลิต และสินค้าขายส่ง โดยมักเป็นการสั่งซื้อสินค้าจำนวนมากเพื่อนำไปใช้หรือจำหน่ายต่อ ตัวอย่างแพลตฟอร์ม ได้แก่ Alibaba
ตัวอย่าง Marketplace ที่ได้รับความนิยมในไทย มีอะไรบ้าง?
สำหรับเจ้าของธุรกิจออนไลน์ การเลือก Marketplace ให้เหมาะกับสินค้าและกลุ่มลูกค้าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย เพราะแต่ละแพลตฟอร์มมีจุดเด่น ฐานลูกค้า และรูปแบบการขายที่แตกต่างกัน ปัจจุบันมี Marketplace หลายแห่งที่ได้รับความนิยมในไทย โดยแต่ละแพลตฟอร์มมีจุดเด่นที่น่าสนใจ ดังนี้
Shopee

ขอบคุณรูปภาพจาก reuters.com
Shopee เป็น มาร์เก็ตเพลส ออนไลน์ที่ได้รับความนิยม โดยมีสินค้าให้เลือกหลากหลายประเภท ตั้งแต่เสื้อผ้า ของใช้ ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้า จุดเด่นคือมีแคมเปญส่งเสริมการขายเป็นประจำทุกเดือน เช่น ช่วง Double Day Campaign อย่าง 9.9 ช่วง Mid-Month Sale หรือแม้กระทั่ง Payday Sale รวมถึงโค้ดส่วนลดและโปรโมชันจัดส่งที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าจำนวนมาก รวมถึงผู้ที่กำลังหาไอเดียว่าขายของออนไลน์อะไรดี
Lazada

ขอบคุณรูปภาพจาก Lazada
Lazada เป็น Marketplace ที่รวมสินค้าหลากหลายประเภทไว้ในแพลตฟอร์มเดียว พร้อมเครื่องมือการตลาดที่ช่วยให้ร้านค้าเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น จุดเด่นอยู่ที่แคมเปญส่งเสริมการขายและโปรโมชันต่าง ๆ รวมถึงระบบสนับสนุนการจัดส่งสินค้า และ LazMall ที่รวบรวมร้านค้าและแบรนด์ที่ผ่านเกณฑ์ของแพลตฟอร์ม เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการเลือกซื้อสินค้า จึงเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการขยายช่องทางขายออนไลน์ พร้อมใช้เครื่องมือโฆษณาและโปรโมชันช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย
TikTok Shop

ขอบคุณรูปภาพจาก TikTok Shop Thailand
TikTok Shop เป็น Marketplace ที่ผสานการซื้อขายสินค้าเข้ากับคอนเทนต์วิดีโอสั้นและไลฟ์สด ช่วยให้ลูกค้าค้นพบสินค้าได้ระหว่างรับชมคอนเทนต์ มาพร้อมจุดเด่นในด้านการนำเสนอสินค้าผ่านวิดีโอ การสาธิตการใช้งานจริง และการร่วมมือกับครีเอเตอร์หรือนายหน้า Affiliate เพื่อช่วยโปรโมตสินค้า เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้างการรับรู้แบรนด์ และกระตุ้นการซื้อผ่านวิดีโอหรือไลฟ์สด
Facebook Marketplace

ขอบคุณรูปภาพจาก wikipedia
Facebook Marketplace เป็นช่องทางซื้อขายสินค้าออนไลน์บน Facebook ที่เปิดให้ผู้ซื้อและผู้ขายติดต่อกันได้โดยตรง โดยเฉพาะการซื้อขายสินค้าในพื้นที่ใกล้เคียง จุดเด่นคือเริ่มต้นขายสินค้าได้ง่าย เพียงลงรูปภาพและรายละเอียดสินค้า พร้อมพูดคุยกับลูกค้าผ่าน Messenger โดยไม่จำเป็นต้องสร้างเว็บไซต์หรือเปิดร้านค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ จึงเหมาะกับบุคคลทั่วไปและธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการเริ่มขายสินค้าออนไลน์โดยไม่ต้องมีขั้นตอนยุ่งยาก
Marketplace ต่างจาก E-Commerce เว็บร้านค้าของตัวเองอย่างไร
Marketplace คือแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงฐานลูกค้าที่มีอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาเอง แต่มีค่าธรรมเนียมการขายและต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม ในขณะที่ E-Commerce เว็บไซต์ร้านค้าของตัวเอง เปิดโอกาสให้ธุรกิจออกแบบเว็บไซต์และสร้างประสบการณ์การซื้อสินค้าได้อย่างอิสระ พร้อมบริหารข้อมูลลูกค้าเพื่อนำไปต่อยอดทางการตลาดได้มากขึ้น
ข้อดีของการขายสินค้าบน Marketplace
จุดเด่นของการขายสินค้าบน Marketplace คือช่วยให้ธุรกิจเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้สะดวกขึ้น ตั้งแต่การเข้าถึงลูกค้า การจัดการคำสั่งซื้อ ไปจนถึงการสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งมีข้อดีสำคัญที่ผู้ขายควรรู้ ดังนี้
เข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนทำเว็บไซต์เอง
Marketplace เป็นช่องทางที่ช่วยให้ร้านค้าเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น เพราะมีฐานผู้ใช้งานที่เข้ามาเลือกซื้อสินค้าอยู่แล้ว ผู้ขายจึงไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างเว็บไซต์เองตั้งแต่เริ่มต้น อีกทั้งระบบจัดหมวดหมู่สินค้าและฟังก์ชันค้นหายังช่วยให้ลูกค้าค้นพบสินค้าของร้านได้สะดวก พร้อมเปรียบเทียบราคาและรายละเอียดสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ
มีระบบชำระเงินและความน่าเชื่อถือพร้อมใช้งาน
อีกหนึ่งข้อดีของ Marketplace คือมีระบบรองรับการซื้อขายออนไลน์ ทั้งช่องทางชำระเงิน การติดตามคำสั่งซื้อ และเครื่องมือจัดการการจัดส่ง ช่วยให้ร้านค้าดูแลออเดอร์ได้สะดวกและเป็นระบบมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีระบบรีวิว คะแนนร้านค้า และช่องทางช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหาการซื้อขาย ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าก่อนตัดสินใจสั่งซื้อสินค้า
เริ่มต้นขายได้เร็วโดยใช้ต้นทุนต่ำ
สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ Marketplace ช่วยให้เปิดร้านและลงขายสินค้าได้โดยไม่ต้องลงทุนสร้างเว็บไซต์หรือจ้างทีมงานด้านเทคนิค บางแพลตฟอร์มยังเปิดให้สมัครร้านค้าได้ฟรี จึงเหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการทดลองตลาดก่อนขยายการขาย อย่างไรก็ตาม ผู้ขายควรศึกษาค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียม และค่าโฆษณาของแต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อวางแผนต้นทุนให้เหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้น
ข้อจำกัดและสิ่งที่ควรระวังเมื่อขายของบน Marketplace
แม้ Marketplace จะเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายและเริ่มขายสินค้าออนไลน์ได้สะดวก แต่ผู้ขายควรคำนึงถึงต้นทุน การแข่งขัน และข้อจำกัดในการบริหารแบรนด์ ดังนี้
ค่าธรรมเนียมและค่าคอมมิชชั่นที่ต้องจ่ายให้แพลตฟอร์ม
การขายสินค้าบน Marketplace นอกจากต้นทุนสินค้าและค่าจัดส่งแล้ว ยังมีค่าคอมมิชชันและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่ผู้ขายต้องคำนวณให้รอบคอบ โดยในปี 2569 ร้านค้าทั่วไปบน Shopee มีค่าคอมมิชชันประมาณ 7.49-17.12% และ Lazada ประมาณ 6.96-17.12% ขึ้นอยู่กับหมวดสินค้า (รวม VAT แล้ว)
นอกจากนี้ ทั้งสองแพลตฟอร์มยังมีค่าธรรมเนียมการชำระเงินทั่วไป 3.21% ส่วน Shopee มีค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม 1.07 บาทต่อคำสั่งซื้อที่สำเร็จ หากร้านค้ามีส่วนต่างกำไรไม่มาก ค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจส่งผลต่อกำไรโดยตรง ผู้ขายจึงควรคำนวณต้นทุนทั้งหมดและตรวจสอบอัตราค่าธรรมเนียมล่าสุดก่อนกำหนดราคาขาย
การแข่งขันด้านราคาที่สูงกว่าร้านค้าของตัวเอง
เมื่อมีร้านค้าจำนวนมากขายสินค้าประเภทเดียวกันบน Marketplace ลูกค้าจึงสามารถเปรียบเทียบราคา โปรโมชัน และรีวิวก่อนตัดสินใจซื้อได้ง่าย ทำให้ผู้ขายบางรายต้องแข่งขันด้วยการลดราคา ซึ่งอาจส่งผลต่อกำไรในระยะยาว ดังนั้น นอกจากการตั้งราคาให้เหมาะสมแล้ว ธุรกิจควรสร้างจุดเด่นด้านคุณภาพสินค้า ใส่ใจการแพ็คสินค้าให้เรียบร้อย และจัดส่งสินค้าอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างความประทับใจให้ลูกค้าโดยไม่จำเป็นต้องแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว
การควบคุมแบรนด์และข้อมูลลูกค้าที่ลดลง
การขายสินค้าบน Marketplace อาจมีข้อจำกัดในการออกแบบหน้าร้านและนำเสนอเอกลักษณ์ของแบรนด์ รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลลูกค้าที่ต้องเป็นไปตามนโยบายของแต่ละแพลตฟอร์ม ธุรกิจจึงควรสร้างการจดจำแบรนด์ผ่านช่องทางอื่นควบคู่กันไป เช่น เว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว
สิ่งที่ผู้ขายต้องเตรียมตัวก่อนเริ่มขายของบน Marketplace
ก่อนเริ่มขายของบน Marketplace ผู้ขายควรเตรียมสินค้าจากแหล่งรับของมาขายออนไลน์ ราคา และระบบจัดส่งให้พร้อม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและช่วยให้การขายเป็นไปอย่างราบรื่น ด้วยแนวทางดังนี้
- เตรียมสินค้าและสต็อกให้พร้อม ตรวจสอบคุณภาพและจำนวนสินค้าก่อนเปิดขาย พร้อมวางแผนเติมสต็อกให้เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าหมด ออเดอร์ตกหล่น หรือจัดส่งสินค้าไม่ทันตามกำหนด
- ตั้งราคาให้แข่งขันได้ สำรวจราคาสินค้าประเภทเดียวกันในตลาด พร้อมคำนวณต้นทุนสินค้า ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม และค่าจัดส่ง เพื่อกำหนดราคาขายที่เหมาะสม ดึงดูดลูกค้า และยังคงมีกำไร
- ถ่ายภาพและเขียนคำบรรยายสินค้า เลือกใช้ภาพสินค้าที่คมชัด เห็นรายละเอียดจากหลายมุม พร้อมเขียนคำอธิบายให้ครบถ้วน ทั้งขนาด สี วัสดุ และคุณสมบัติสินค้า หากเป็นสินค้ามือสองควรระบุตำหนิตามจริง เพื่อช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
- วางแผนการจัดส่งให้ตรงมาตรฐานแพลตฟอร์ม เลือกวิธีแพ็กสินค้าและบริษัทขนส่งให้เหมาะกับประเภทสินค้า พร้อมตรวจสอบระยะเวลาจัดส่งตามเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม หากธุรกิจมีออเดอร์เพิ่มขึ้น ควรเตรียมระบบจัดการสต็อกและออเดอร์ให้พร้อม หรือพิจารณาใช้บริการ Fulfillment เพื่อช่วยลดภาระงานแพ็กและจัดส่งสินค้า
เทคนิคการขายของบน Marketplace ให้ยอดขายเติบโต ทำอย่างไร

การเพิ่มยอดขายบน Marketplace ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องสร้างความน่าเชื่อถือและประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า ตั้งแต่การตอบคำถามไปจนถึงการจัดส่งสินค้า เพื่อเพิ่มโอกาสปิดการขายและกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ โดยมีเทคนิคที่ผู้ขายสามารถนำไปปรับใช้ได้ ดังนี้
- สร้างรีวิวที่ดีจากลูกค้าจริง เริ่มจากการดูแลคุณภาพสินค้าให้ตรงกับรายละเอียดที่แจ้งไว้ แพ็กสินค้าอย่างเหมาะสม และจัดส่งตรงเวลา เพื่อสร้างความประทับใจและกระตุ้นให้ลูกค้าอยากแบ่งปันประสบการณ์ผ่านรีวิว ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้ารายใหม่ก่อนตัดสินใจซื้อ
- ตอบแชทให้รวดเร็วและตรงคำถาม ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดสินค้า ราคา หรือระยะเวลาจัดส่ง ควรให้ข้อมูลที่ชัดเจนและตอบกลับอย่างรวดเร็ว เพื่อลดความลังเลและเพิ่มโอกาสปิดการขาย หากมีลูกค้าทักเข้ามาจำนวนมาก ควรจัดระบบตอบแชทให้เป็นระเบียบ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการขาย
- ใช้โปรโมชันของแพลตฟอร์มให้คุ้มค่า เลือกเข้าร่วมแคมเปญส่วนลด คูปองส่งฟรี หรือกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เหมาะกับสินค้าและกลุ่มลูกค้า โดยควรคำนวณต้นทุน ค่าธรรมเนียม และส่วนลดก่อนเข้าร่วมทุกครั้ง เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายโดยไม่กระทบกำไรมากเกินไป
ขายของบน Marketplace แล้ว จัดการสต็อกและจัดส่งสินค้าให้ลื่นไหลอย่างไร
การจัดการสต็อกและจัดส่งสินค้าให้ราบรื่นบน Marketplace ควรเริ่มจากการตรวจสอบจำนวนสินค้าให้ตรงกับสต็อกจริง อัปเดตสินค้าคงเหลือทุกครั้งที่มีคำสั่งซื้อ และวางแผนเติมสต็อกล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงแคมเปญที่มีออเดอร์จำนวนมาก นอกจากนี้ ควรจัดระบบการหยิบ แพ็ก และส่งสินค้าให้เป็นขั้นตอน เพื่อช่วยลดปัญหาสต็อกคลาดเคลื่อน ส่งสินค้าผิด หรือจัดส่งล่าช้า ซึ่งอาจส่งผลต่อความพึงพอใจของลูกค้า
สำหรับธุรกิจที่มีออเดอร์เพิ่มขึ้นจนจัดการงานหลังบ้านไม่ทัน Fulfillment Service คืออีกหนึ่งตัวช่วยที่เข้ามาดูแลตั้งแต่การจัดเก็บสินค้า จัดการสต็อก แพ็กสินค้า ไปจนถึงการจัดส่งอย่างเป็นระบบ ช่วยลดภาระงานและความผิดพลาดในการจัดการออเดอร์ ทำให้เจ้าของธุรกิจมีเวลาไปโฟกัสกับการเพิ่มยอดขายและขยายช่องทางจำหน่ายบน Marketplace ได้อย่างเต็มที่ พร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
ต่อยอดธุรกิจบน Marketplace ให้เติบโต พร้อมจัดการงานหลังบ้านให้คล่องตัวด้วยบริการดี ๆ จาก Passpack Fulfillment
Marketplace เป็นช่องทางขายสินค้าออนไลน์ที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือ Facebook Marketplace ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มมีจุดเด่นและกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน ผู้ขายจึงควรเลือกช่องทางให้เหมาะกับสินค้า พร้อมวางแผนต้นทุน ตั้งราคาให้แข่งขันได้ และสร้างความน่าเชื่อถือผ่านรีวิวและการบริการที่ดี เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายและต่อยอดธุรกิจในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม เมื่อยอดขายเติบโตและมีออเดอร์เข้ามาจากหลายช่องทาง การจัดการสต็อกและจัดส่งสินค้าให้ทันเวลาก็เป็นเรื่องสำคัญ Passpack Fulfillment เรามีบริการดี ๆ ที่พร้อมเข้ามาช่วยที่ดูแลงานหลังบ้าน ด้วยบริการเก็บ แพ็ก และส่งสินค้าแบบครบวงจร พร้อมระบบ OMS/WMS ที่เชื่อมต่อคำสั่งซื้อจาก Marketplace เช่น Shopee, Lazada และ TikTok Shop ช่วยดึงออเดอร์และอัปเดตสต็อกอัตโนมัติ ลดปัญหาออเดอร์ตกหล่นและสต็อกคลาดเคลื่อน ทำให้เจ้าของธุรกิจมีเวลาไปโฟกัสกับการทำการตลาด เพิ่มยอดขาย และขยายธุรกิจได้อย่างเต็มที่
สนใจบริการเก็บสต็อค-แพ็ค-ส่งสินค้า แบบครบวงจร ติดต่อเราได้เลยที่ Line @Passpack
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Marketplace
Marketplace บน Facebook เสียเงินไหม
การลงขายสินค้าบน Facebook Marketplace ไม่มีค่าลงรายการ และการขายทั่วไปที่นัดรับหรือตกลงกันเองไม่มีค่าคอมมิชชั่น ส่วนผู้ขายที่ต้องการโปรโมตสินค้าสามารถยิงโฆษณา Facebook Ads ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามงบประมาณที่กำหนด ทั้งนี้ Meta อาจกำหนดค่าธรรมเนียมการขายในบางประเทศหรือบางรูปแบบการขาย ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดก่อนเริ่มขาย
มีสินค้าประเภทใดที่ไม่สามารถขายบน Marketplace ได้บ้าง
สินค้าที่ไม่สามารถขายบน Facebook Marketplace ตามนโยบายการค้าของ Meta เช่น อาวุธและวัตถุอันตราย ยาเสพติดและยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์ สัตว์มีชีวิต เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สินค้าปลอมหรือละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สินค้าสำหรับผู้ใหญ่ รวมถึงสินค้าหรือบริการที่ผิดกฎหมาย และรายการที่ไม่ใช่สินค้าจับต้องได้ ทั้งนี้ Shopee, Lazada และ TikTok Shop มีรายการสินค้าต้องห้ามของตัวเอง ควรตรวจสอบนโยบายของแพลตฟอร์มก่อนลงขาย
มี Marketplace ที่ขายของได้ฟรีไม่เสียค่าคอมมิชชั่นบ้างไหม
มี เช่น Facebook Marketplace ที่ลงขายได้โดยไม่มีค่าลงรายการและไม่มีค่าคอมมิชชั่นสำหรับการขายทั่วไป ส่วน LINE SHOPPING ไม่คิดค่าธรรมเนียมกับออเดอร์ที่ร้านโปรโมตเอง แต่คิดค่าธรรมเนียมบริการ 3% กับออเดอร์ที่มาจากช่องทางหรือแคมเปญของ LINE SHOPPING และค่าธรรมเนียมการชำระเงิน 3% (ยังไม่รวม VAT) ทั้งนี้เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบก่อนเริ่มขาย
ทำไมสินค้าขายไม่ออกบน Marketplace ทั้งที่ลงขายไปแล้ว
สินค้าขายไม่ออกบน Marketplace อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น รูปภาพไม่น่าสนใจ, รายละเอียดสินค้าไม่ครบ, ตั้งราคาสูงกว่าคู่แข่ง ชื่อสินค้าไม่ตรงกับคำค้นหา หรือโพสต์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้น้อย
เปิดร้านขายของบน Marketplace ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเริ่มขายได้จริง
การลงขายสินค้าแต่ละรายการบน Marketplace ใช้เวลาไม่นาน หากเตรียมรูปภาพ ราคา และรายละเอียดสินค้าไว้พร้อม ส่วนการเปิดร้านบน Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop ต้องผ่านขั้นตอนสมัครและยืนยันตัวตนตามเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์ม สำหรับระยะเวลาที่ขายได้จริงไม่มีตัวเลขที่แน่นอน เพราะขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า ราคา การแข่งขัน และคุณภาพการนำเสนอสินค้า
